เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

หลังจากที่แฟนๆ เฝ้ารอกันมาถึง 1 ปีเต็ม สำหรับการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ในที่สุด Apple ก็ได้เปิดตัว ไอโฟนรุ่นครบรอบ 10 ปี แล้วในชื่อ iPhone X นั่นเอง

โดย iPhone X จะเป็นไอโฟนรุ่นท็อปสุดของปีนี้ และจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายที่ Apple ยังไม่เคยพัฒนากับไอโฟนมาก่อน อย่างเช่นการปลดล็อตด้วย Face ID กล้องคู่ใหม่ล่าสุดที่ประมวลผลภาพได้เร็วกว่าเดิมและรองรับ AR เต็มรูปแบบ เรามาดูสเปกเบื้องต้นกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

คุณสมบัติตัวเครื่องของ iPhone X (ไอโฟน X)

- ตัวเครื่องมีขนาด 143.6x70.9x7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 174 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Super Retina HD แบบไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436x1125 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 458 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.4, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ (Dual-OIS), ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- ฟีเจอร์จดจำใบหน้า (Facial Recognition)
- ราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์

ความจุ iPhone X และการวางจำหน่ายในแต่ละประเทศ

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

สำหรับ iPhone X จะมีความจุเริ่มต้นที่ 64GB และ 256GB มีให้เลือก 2 สีคือ สีขาว และ สีดำ สำหรับการวางจำหน่าย Apple ยังไม่ได้ประกาศประเทศที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ประกาศวันพรีออเดอร์ในวันที่ 27 ตุลาตม 2560 และวางจำหน่ายจริง 3 พฤศจิกายน

สำหรับประเทศไทยน่าจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือน พฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ดีมีข่าวก่อนหน้านี้ว่า iPhone X สามารถผลิตได้เพียง 10,000 เครื่องต่อวันดังนั้น อาจจะส่งผลต่อการวางจำหน่ายทั่วโลกได้ หากมีข่าวเพิ่มเติมทีมงานจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบอย่างเร็วที่สุด

iPhone X (ไอโฟนเท็น) เป็นรุ่นครบรอบ 10 ปี ของผลิตภัณฑ์ไอโฟน

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี ก่อนหน้านี้ ชายผู้หนึ่งชื่อว่า Steve Jobs ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่กลายเป็นหนึ่งปัจจัยในการปฏิวัติการใช้ชีวิตของมนุษย์ไปตลอดกาล และสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นก็คือ Apple iPhone โดยทาง Apple ก็มีการพัฒนาไอโฟนแต่ละรุ่น พร้อมเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัวในแต่ละครั้งก็มักจะมีฟีเจอร์ หรือคุณสมบัติเด็ดๆ มาเซอร์ไพรส์ผู้ใช้อยู่เสมอ จนกระทั่งเวลาผ่านมาถึง 10 ปี Apple ต้องการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษครั้งนี้ ด้วยการพัฒนาไอโฟนรุ่นท็อปที่เป็นรุ่น Limited Edition สำหรับวาระการครบรอบ 10 ปี ไอโฟน และเป็นที่มาของชื่อ iPhone X (ไอโฟนเท็น)

หน้าจอไร้ขอบ (edge-to-edge) แบบ OLED รุ่นแรกของค่าย

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

iPhone X รุ่นใหม่มาพร้อมกับหน้าจอ OLED Super Retina Display ขนาด 5.8 นิ้ว และเป็นแบบไร้ขอบตามกระแสนิยมที่กำลังมาแรงในขณะนี้ โดยหน้า OLED นั้นมีจุดเด่นทั้งในด้านของการประหยัดพลังงาน และการแสดงสีสัน หรือความคมชัดของจอภาพที่ยอดเยี่ยมกว่าจอ LCD อีกด้วย

iPhone X ไร้ปุ่มโฮม และไร้ Touch ID

 

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

เมื่อ iPhone X ต้องขยายหน้าจอให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ Apple จำเป็นต้องตัดปุ่มโฮมทิ้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple กำลังหาวิธีในการพัฒนาให้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสามารถฝังลงไปใต้หน้าจอได้ แต่วิธีการดังกล่าวมีปัญหาเชิงเทคนิคที่ซับซ้อนมาก และทำให้ Apple ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทัน จนต้องยอมตัดเซ็นเซอร์ Touch ID ออกไปด้วย ดังนั้น iPhone X จึงจะไม่มีปุ่มกลมๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของไอโฟนอีกต่อไป

ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) กับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอีกระดับ

 

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

Loading...

ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ถูกนำเข้ามาใช้งานแทนที่เซ็นเซอร์ Touch ID ที่ถูกถอดออกไป ซึ่งถ้าหากว่ากันตามตรงแล้ว ระบบจดจำใบหน้า และสแกนม่านตานั้นมีความปลอดภัยสูงกว่าการสแกนลายนิ้วมือด้วย เพราะลายนิ้วมือนั้นยังสามารถถูกปลอมแปลงได้ง่าย แต่ม่านตาของมนุษย์แทบจะปลอมแปลงไม่ได้เลย

ชิปเซ็ตระดับ Hexa-Core (6-Core) เป็นรุ่นแรก

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

ก่อนหน้านี้ ชิปเซ็ตประมวลผลของ Apple ในตระกูล Apple Ax มักจะถูกผลิตมาพร้อมกับแกนประมวลผลที่มีเพียง 2 แกน (Dual-Core) เท่านั้น แต่ตัวไอโฟนก็ยังมีความเร็วแรง และลื่นไหลในการประมวลผลแบบต่างๆ อยู่มาก ซึ่งเป้นผลมาจากการจัดการทรัพยากรระบบของ iOS ที่ Apple ออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่สำหรับ iPhone X คาดว่าจะได้ใช้งานชิปเซ็ต Apple A11 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับแกนประมวลผลมากถึง 6 แกน (Hexa-Core) เป็นรุ่นแรกของค่าย โดยมี 2 แกนหลัก รับหน้าที่การประมวลผลระดับ High Speed ส่วนอีก 4 แกนที่เหลือจะเป็นการประมวลผลธรรมดาทั่วไป

กล้องคู่ 12 ล้านพิกเซลพร้อมรองรับ AR เต็มรูปแบบ

 

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

นอกจากฟีเจอร์สุดเด็ดในด้านอื่นๆ ที่มาพร้อมกับ iPhone X แล้ว เรื่องกล้องคู่ (Dual-Camera) ก็ถือว่าโดดเด่นเช่นเดียวกัน โดยกล้องคู่บน iPhone X มาพร้อมกับ Engine ที่รองรับการประมวลผลด้าน AR (Augmented Reality) อย่างเต็มรูปแบบ สามารถเล่นเกม AR ได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุด

กล้องคู่กับระบบกันสั่นทั้งสองเลนส์ (Dual OIS)

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

นอกจากจุดเด่นในเรื่อง AR แล้ว กล้องคู่ของ iPhone X ยังมาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ทั้งสองเลนส์ (Dual-OIS) ซึ่งช่วยป้องกันการสั่นไหวได้ดีมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

iPhone X ยังคงมาพร้อมกับฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นในมาตรฐาน IP67 ที่สามารถป้องกันน้ำกระเซ็น หรือใช้งานกลางสายฝนได้อย่างไม่มีปัญหา

ฟีเจอร์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging)

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

แม้ฟีเจอร์ชาร์จไร้สายจะไม่ใช่ของใหม่ แต่ไอโฟนทุกรุ่นก่อนหน้านี้ก็ยังไม่เคยมีฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานแต่อย่างใด และสำหรับ iPhone X ก็คาดว่า Apple จะพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวให้ใช้งานด้วย เพราะตัวเครื่องก็เปลี่ยนจากโลหะ (Metal) มาใช้งาน Glass Design ที่ช่วยให้ส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กจากแท่นชาร์จได้ แต่ต้องติดตามกันอีกครั้งว่า การชาร์จไร้สายเช่นนี้จะมีฟีเจอร์ใดมาเพิ่มเติมหรือไม่

iPhone X จะเป็นไอโฟนที่มีราคาเปิดตัวเริ่มต้นสูงที่สุด

เปิดตัวแล้ว iPhone X แพงสุด หลังรอคอยมานาน 1 ปีเต็ม

สำหรับราคาเปิดตัวของ iPhone X เริ่มต้น (64GB) อยู่ที่ 999 ดอลลาร์ (ประมาณ 34,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน) อย่างไรก็ดี การวางจำหน่ายในไทยน่าจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นคาดว่า อาจจะเริ่มต้นที่ราคาประมาณ 38,000 บาท และจะกลายเป็นไอโฟนรุ่นที่มีราคาเริ่มต้นสูงที่สุดด้วย เนื่องจากการพัฒนาหน้าจอ OLED, ฟีเจอร์จดจำใบหน้า รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่ไม่เคยปรากฏบนไอโฟนรุ่นใดมาก่อน ประกอบกับ iPhone X ยังเป็นรุ่นพิเศษที่จัดทำขึ้นในวาระการครบรอบ 10 ปี ผลิตภัณฑ์ไอโฟนด้วย ทำให้ฐานะของ iPhone X คล้ายกับการเป็นรุ่น Limited Edition ด้วย ทำให้ราคาเปิดตัวพุ่งสูงขึ้น ส่วน iPhone X จะเปิดให้พรีออเดอร์กันในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 และจะวางจำหน่ายจริงในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560


ที่มา: thaimobilecenter

แสดงความคิดเห็น
Loading...